|
| ||||||||||||||||
|
| ||||||||||||||||
|
+ + + Istanbul, Turkey Part IV + + + วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ หลังจากเข้าชมมัสยิดสีน้ำเงินอันเลื่องชื่อ และวิหาร(สุเหร่า)เซนต์โซเฟียหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของยุคกลาง
พวกเราก็แวะเติมพลังด้วยเกบับ อาหารขึ้นชื่อของตุรกีก่อนจะเข้าชมพิพิธภัณฑ์พระราชวัง Topkapi (อ่านว่า ทอปกาปึ ไม่ใช่ ทอปกาปิ นะคะ) พระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับของสุลต่านออตโตมันเกือบสี่ร้อยปี
ก่อนเข้าไปชมพระราชวัง ก็เจอเด็กชายในชุดที่คุ้นตา เพราะตั้งแต่มาที่นี่ เห็นเด็กชายจำนวนมากใส่ชุดแบบนี้ และมีร้านขายเสื้อผ้าแบบนี้จำนวนมาก วันนี้ ได้โอกาสเลยขออนุญาตแม่ของเด็กถ่ายรูปมาและถามว่าน้องแต่งชุดนี้เข้าพิธีอะไร คุณแม่ของน้องก็น่ารัก อธิบายให้ฟังว่าเป็นชุดเข้าพิธี sunnet คือ การขลิบปลายอวัยวะเพศ นั่นเอง
เด็กชายในชุดแต่งกายเพื่อเข้าพิธี sunnet
จากนั้นก็หันไปเห็นคุณลุงขายขนมปังงา (Sinit) ที่เห็นได้ทั่วไปในอิสตันบูล เรายังไม่ได้ลองชิม ก็เลยถือโอกาสซื้อชิมเสียหน่อย อร่อยดีค่ะ
แวะทานขนมปัง simit หน้าทางเข้าพระราชวัง
ทานอิ่ม...ตบท้ายด้วยขนมอีกนิดหน่อยก็ได้เวลาเข้าชมพระราชวัง Topkapi เสียที แผนผังพระราชวังทอปกาปึ
Imperial Gate
ประวัติโดยย่อของพระราชวังทอปกาปึ หลังจากได้ชัยชนะและเข้ายึดเมืองคอนสแตนติโนเปิ้ล สุลต่าน Mehmed ที่ 2 ก็ได้มีคำสั่งให้สร้างพระราชวัง Topkapi เมื่อปี 1459 ในช่วงปี 1465 - 1853 พระราชวังทอปกาปึเป็นที่ประทับของสุลต่านในราชวงศ์ออตโตมัน และเป็นเรือนรับรองอย่างเป็นทางการของแขกสำคัญทางการเมือง ในศตวรรษที่ 17 ความสำคัญของพระราชวังทอปกาปิค่อย ๆ ลดน้อยลง เนื่องจากสุลต่านนิยมประทับที่พระราชวังใหม่ในช่องแคบบอสฟอรัส ปี 1853 Abdül Mecid I ได้ออกประกาศย้ายที่ประทับและเรือนรับรองทุกอย่าง ไปที่ Dolmabahçe palace พระราชวังแห่งแรกสไตล์ยุโรปซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำในช่องแคบบอสฟอรัส หลังจากนั้น ในปี 1921 รัฐบาลได้ประกาศให้พระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และเปิดให้เข้าชมได้มาจนถึงปัจจุบัน
เราเข้ามาในเขตพระราชวังทางประตูหลัก คือ Imperial gate จาก Imperial Gate ก็เดินผ่านสวนเพื่อมุ่งหน้าไปยังประตูเข้าพระราชวังด้านใน ทั้งบริเวณทางเข้าและในเขตสวนทหารถือปืนจำนวนไม่น้อยยืนปฏิบัติหน้าที่ แต่...เราก็ไม่วายไปถ่ายรูปกับทหาร ก็แหม คนในเครื่องแบบ ใคร ๆ ก็ชอบ ฮ่า ๆ
ขนม simit...อร่อยดี ^^
ทหารตุรกี
ตอนแรก ก็ไม่ค่อยกล้าเข้าไปถ่ายรูปกับทหาร เพราะคิดว่าที่นี่ น่าจะเข้มกับน่าที่ แต่พอเข้าไปถามว่าถ่ายรูปได้ไหม คุณทหารเซย์เยสทันที แถมพอถ่ายรูปเสร็จ...มีการบอกว่าเค้าก็อยากได้รูปเหมือนกัน ช่วยส่งมาให้ด้วยได้ไหม...ไอ้เราก็งงสิเคอะ แล้วจะส่งยังไง ><" สรุปว่าพี่แกเขียน e-mail ลงกระดาษแผ่นเล็ก ๆ เตรียมพร้อมแจกค่ะ เราก็เลยแซวกลับไปว่า สงสัยจะมีคนมาขอถ่ายรูปเยอะนะเนี่ย เพราะพร้อมแจก e-mail ให้ทุกคนเลย ^^ พอเราออกมา ก็มีกลุ่มครอบครัวและเด็ก ๆ เข้าไปถ่ายรูป พี่แกไม่แจก e-mail แฮะ แวงซองต์เลยบอกว่า สงสัยจะแจกเมลเฉพาะกับสาว ๆ ขำมากกกกกกกกกกกกก ^^
Church of Hagia Eirene
เดินผ่านสวนไปเรื่อย ๆ ก็จะมาถึงประตูกลางเพื่อเข้าเขตตัวพระราชวัง และเข้าชมส่วนต่าง ๆ ของพระราชวัง (ขอเล่าด้วยรูปนะคะ รายละเอียดอ่านเพิ่มได้จาก (http://en.wikipedia.org/wiki/Topkapi_Palace#Site ค่ะ)
The Middle Gate หรือ Gate of Salutation
Conquerors Pavilion
İftar Pavilion - Baghdad Kiosk
หลังจากชมส่วนต่าง ๆ ของพระราชวังก็ถึงเวลาชมความมั่งคั่งของสุลต่านออตโตมัน ในส่วนที่จัดแสดงของมีค่าในส่วนที่เรียกว่า Imperial Treasury มีข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับล้ำค่ามากมาย รวมทั้งเพชรเม็ดยักษ์ขนาด 86 กะรัต เห็นแล้วตาลุกวาว ^^
รูปจาก www.imagesandstories.com/.
จากนั้น เราก็เข้าไปชมในส่วนของฮาเร็ม ซึ่งต้องซื้อบัตรเข้าชมเพิ่มเติม แต่ไหน ๆ ก็มาถึงพระราชวังสุลต่านแล้ว จะไม่เข้าไปดูในฮาเร็มได้อย่างไร
Gate of Carts ทางเข้าทางเดียวของฮาเร็ม สำหรับคนไทย คำว่า "ฮาเร็ม" นำไปใช้ในความหมายไม่ดีนัก แต่จริง ๆ แล้วฮาเร็มคือ ที่ประทับของมารดาของสุลต่าน บรรดาภรรยาของสุลต่าน รวมทั้งครอบครัวของสุลต่าน สุลต่านน้อย รวมไปถึงคนรับใช้
กระจกสองบานที่สะท้อนหากัน
หุ่นจำลอง The Queen Mother
Imperial Hall
Twin Kiosk / Apartments of the Crown Prince
Tower of Justice
หลังจากเดินชมฮาเร็มจนทั่ว ก็ออกมาเดินบริเวณด้านข้าง และเข้าชมชุดสุลต่านพร้อมอุปกรณ์การแต่งกายพร้อมอาวุธ แล้วก็เดินออกจากพระราชวังที่ประตูด้านที่ไปยัง Istanbul Archaeological Museums
แต่เราไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่นี่เพราะเหนื่อยเต็มที ตอนแรกแวงซองต์เสนอว่าจะไปเดินเล่นแถวสะพาน Galata ก่อนกลับโรงแรม แต่เราแย้งว่ากลับไปพักที่โรงแรมแล้วค่อยไปที่สะพานจะดีกว่า ค่ำนี้ก็หาอะไรทานแถว ๆ สะพานไปเลย จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา หลังจากปรึกษากัน ก็เลือกข้อเสนอของเรา ^^
ขากลับโรงแรม ขอนั่งรถแทรมเพราะเราปวดเท้ามาก กลับมาถึงโรงแรมรีบแช่น้ำอุ่นและก็ขึ้นไปว่ายน้ำ แช่ Jacuzzi ให้สบายตัวเหมือนเดิม
ก่อนจะออกไปชมอัสตันบูลยามค่ำต่อ
To be continued Posted on Mon 16 Jun 2008 4:41
| ||||||||||||||||
|
| ||||||||||||||||